นอกคอก
การทำการตลาดเนื้อโคขุนไขมันแทรกต่ำ

สิทธิพร  บุรณนัฏ
เลขานุการสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย

                ตลาดเนื้อโคขุนเกรดคุณภาพของประเทศไทยส่วนมากจะตัดสินกันด้วยเกรดไขมันแทรก (Marbring Score)  โดยยึดตามมาตรฐานเนื้อโคของมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)  เนื้อโคที่มีไขมันแทรกสูงจะขายได้ราคาดี  ขายได้เร็ว  มีความต้องการของตลาดมาก  เนื่องจากประเทศไทยได้รับอิทธิพลการบริโภคเนื้อโคเกรดไขมันแทรกสูงจากประเทศญี่ปุ่น  และประเทศเกาหลี  ทำให้คนไทยนิยมบริโภคเนื้อโคที่มีไขมันสูงตามไปด้วย

                เมื่อตลาดเนื้อโคขุนเกรดคุณภาพต้องการไขมันแทรกสูง  ทำให้ผู้ผลิตซึ่งส่วนมากจะเป็นในรูปสหกรณ์  เช่นสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ  จำกัด  สหกรณ์การเกษตรสาขาปศุสัตว์หนองสูง จำกัด  และสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จำกัด  ต่างต้องหันมาผลิตเนื้อโคขุนไขมันแทรกเกรดสูง  เพื่อป้อนให้กับความต้องการของตลาด  ทำให้สหกรณ์ต่างๆ ต้องกำหนดราคาซื้อเนื้อซากโคขุนตามเกรดไขมันแทรก  โดยให้ราคาบวกเพิ่มขึ้นจากเกรดไขมันแทรกต่อกิโลกรัมของเนื้อซาก  และบางสหกรณ์ไม่รับซื้อเนื้อซากโคขุนที่มีเกรดไขมันแทรกต่ำกว่าเกรดไขมันแทรกระดับ 1 โดยให้สมาชิกนำไปจัดการขายเอง

                ปัญหาของการผลิตเนื้อโคขุนไขมันแทรกสูงของประเทศ  มีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อการผลิต  เช่น

  • สภาพภูมิอากาศของประเทศไทยเป็นประเทศร้อนชื้น  ตัวโคจึงไม่จำเป็นต้องสร้างไขมันสะสมไว้ป้องกันความหนาว
  • พันธุกรรมตัวโค  โคขุนตลาดคุณภาพของไทยส่วนมากจะใช้พันธุ์โคลูกผสมเลือดยุโรปเป็นหลัก  ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้เนื้อเป็นหลักไม่ได้เน้นไขมันแทรก
  • การเลี้ยงขุนใช้เวลานานจากสภาพภูมิอากาศ  และพันธุกรรมของตัวโค  เมื่อต้องการให้ตัวโคไขมันแทรกจึงต้องใช้ระยะเวลาการเลี้ยงขุนนานมากขึ้น  ส่วนมากต้องใช้ระยะเวลา  12 – 18  เดือน  ทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง  ได้กำไรไม่คุ้มกับระยะเวลาของการเลี้ยง

                สหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จำกัด  ใช้สโลแกนว่า “โคหนุ่ม  เนื้อนุ่ม  ไขมันน้อย”  ก็ยังมีปัญหาในเรื่องเนื้อโคขุนที่มีเกรดไขมันแทรกระดับ 1 และระดับ 2 ที่ออกตลาดค่อนข้างช้า  และไม่ได้ราคา  ทำให้สมาชิกสหกรณ์ฯ ถึงกับขาดทุนในการเลี้ยง

                แล้วเราจะทำตลาดอย่างไรดีสำหรับเนื้อโคขุนที่มีไขมันแทรกต่ำ  จากการเฝ้าสังเกตในร้านขายเนื้อ (Butcher Shop)  ของ  KU Beef  ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  บางเขน  จะมีลูกค้ากลุ่มที่ไม่ต้องการไขมันแทรกในเนื้อมากนัก  เช่น  ผู้สูงอายุ  กลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน (กลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง)  กลุ่มแม่บ้าน  กลุ่มสุภาพสตรีเหล่านี้ส่วนมากจะกลัวอ้วน  แต่ต้องการบริโภคเนื้อโคขุนที่มีความนุ่มอร่อย  สะอาด  และปลอดภัย  สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุจะกลัวเรื่องการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด

                จึงเห็นได้ว่าเนื้อโคขุนที่มีไขมันแทรกต่ำ  มีช่องทางการตลาดอยู่แต่ขาดในเรื่องการทำประชาสัมพันธ์ในเรื่องความเข้าใจ  ในเรื่องคุณภาพของเนื้อ  ที่ยังมีความเข้าใจว่าซื้อเนื้อที่มีไขมันแทรกสูงจะนุ่ม  ไม่เหนียว  มีรสชาติอร่อย  ทั้งที่จริงแล้วเนื้อที่มีไขมันแทรกต่ำเป็นเนื้อจากโคที่มีอายุน้อย  ประมาณ  18 – 24  เดือน  ทำให้มีความนุ่มในมัดกล้ามเนื้อ  นอกจากนั้นยังผ่านการบ่มซากไม่ต่ำกว่า  14 – 20  วัน  ทำให้มีความนุ่มและรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น  เหมาะกับสุภาพสตรีที่กลัวความอ้วน  และผู้ที่กลัวเรื่องไขมันอุดตัน  แต่อยากบริโภคเนื้อที่นุ่มอร่อย  วิธีการทำตลาดในเรื่องนี้จึงจำเป็นต้องสร้างแบรนด์ของสินค้าที่มีไขมันแทรกต่ำ  แต่มีคุณภาพความนุ่มและรสชาติไม่แพ้เนื้อที่มีไขมันแทรกสูง  เช่น  Healthy beef  (เนื้อเพื่อสุขภาพ)


                ดังนั้นจึงควรเร่งทำประชาสัมพันธ์ในเรื่องแบรนด์  Healthy beef  เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจว่าไม่จำเป็นที่จะต้องบริโภคเนื้อที่มีไขมันแทรกสูงถึงจะมีความนุ่มอร่อย  เนื้อโคที่มีไขมันแทรกต่ำก็มีความนุ่มและมีรสชาติอร่อยเช่นกัน