ข่าวสารประชาสัมพันธ์ |
มติชน 23-10-52 ชาวหนองสังข์ครวญไร้ที่เลี้ยงโค นายสีพลอย หาญจันทร์ ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ (โค - กระบือ) ต.หนองสังข์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า บ้านหนองสังข์มีกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค - กระบือ จำนวน 80 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 20 - 80 ตัว สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอย่างดี แต่ในช่วงปี 2551 เป็นต้นมากลุ่มเกษตรกรประสบปัญหาไม่มีสถานที่เลี้ยง โดยเฉพาะในช่วงการทำนา ทุกแห่งจะทำนากันหมด จึงไม่มีพ้นที่ในการเลี้ยงโค - กระบือ พื้นที่สาธารณะก็ถูกนายทุนบุกรุก "ปัจจุบันครัวเรือนที่เลี้ยงวัวเกินกว่า 10 ตัวต้องขายไป จึงวอนให้รัฐบาลเข้ามาดูแลช่วยเหลือเกษตรกรด้วย โดยอาจจะสนับสนุนงบประมาณ จัดซื้อที่ดินคืนจากประชาชน หรือให้นายทุนคืนพื้นที่สาธารณะให้กับชุมชน เพื่อนำมาจัดทำเป็นป่าชุมชน โดยให้ประชาชนได้ประโยชน์จากป่าชุมชน และเป็นที่เลี้ยงสัตว์" นายสีพลอยกล่าว |
|
เกาหลีเก็บเนื้อจีนปนเปื้อนสารมีพิษ เมื่อ 14 เม.ย. 52 เอเอฟพีรายงานว่า เกาหลีใต้สั่งระงับนำเข้าเนื้อวัวจากจีนที่นำมาใช้ต้มน้ำซุป และเรียกคืนเนื้อวัวทั้งหมดที่นำเข้าตั้งแต่ 6 เม.ย. 52 หลังตรวจพบว่าปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงที่ใช้ เพื่อให้เนื้อสัตว์มีสีแดงสดดูน่ารับประทาน แต่มีผลข้างเคียงคือก่อให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ ปวดท้อง และปวดศีรษะ กระทรวงอาหารเกาหลีใต้ระบุว่า ตรวจพบสาร "เคล็นบูเตอรอล" ซึ่งอยู่ในกลุ่มสารต้องห้ามเร่งเนื้อแดง ในสินค้าเนื้อวัวนำเข้าจากจีนซึ่งขนมากับเรือบรรทุกสินค้า 13 ลำ จากทั้งหมด 17 ลำ ที่เทียบท่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกร้องให้จีนระงับการส่งออกเนื้อวัวจนกว่าจะค้นพบสาเหตุที่ทำให้เกิดการปนเปื้อน พร้อมกันนี้สั่งเรียกเก็บสินค้าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ จากจีน เช่น เป็ด และไส้กรอกรมควันมาตรวจสอบด้วย |
|
กรุงเทพธุรกิจ 04/01/52 - เนื้อหมักไวน์ลดเสี่ยงมะเร็ง เนื้อสเต๊กอาจเป็นบ่อเกิดของมะเร็งร้ายหลายชนิด แต่ผลวิจัยล่าสุดพบว่า ถ้านำเนื้อสเต๊กไปหมักด้วยไวน์แดงหรือเบียร์ก่อนนำไปย่าง จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งได้ ตามปกติการนำเนื้อสเต๊กไปปิ้งหรือย่าง จะส่งผลให้เนื้อมีอุณภูมิสูงขึ้น จนเปลี่ยนน้ำตาลและกรดอะมิโนในเนื้อ ให้กลายเป็นสารเฮเทอโรไซคลิก เอมีนส์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แต่ล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปอร์โตในโปรตุเกส พบว่า สารก่อมะเร็งจะมีปริมาณลดลง 90 % ถ้านำเนื้อสเต๊กไปหมักในไวน์แดงหรือเบียร์นาน 6 ชั่วโมง ก่อนนำไปปิ้งหรือย่าง นักวิจัยมองว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นน่าจะมาจากการที่ไวน์และเบียร์ มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบในปริมาณสูง เมื่อนำมาหมักรวมกับเนื้อ จึงทำให้เนื้อมีน้ำตาลมากขึ้น กระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลและกรดอะมิโนในเนื้อ ให้กลายเป็นสารเฮเทอโรไซคลิก เอมีนส์ จึงทำได้ไม่ง่ายนัก นอกจากนี้การนำเนื้อสเต๊กไปหมักด้วยไวน์แดงหรือเบียร์ ก่อนนำไปปิ้งหรือย่าง ยังช่วยให้เนื้อสเต๊กมีกลิ่นและรสชาติดียิ่งขึ้นด้วย แต่ถึงกระนั้นถ้าจะป้องกันมะเร็งได้ดีที่สุด นักวิจัยแนะนำว่าควรบริโภคเนื้อสเต๊กแต่น้อย นักวิจัยพบว่า การนำเนื้อสเต๊กไปปิ้งหรือย่าง จะก่อให้เกิดสารเฮเทอโรไซคลิก เอมีนส์ ออกมาถึง 17 ชนิด เนื้อที่ปิ้งหรือย่างยังมีส่วนเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร การบริโภคเนื้อสเต๊กที่ย่างจนสุกเต็มที่ ไม่มีสีเลือดหลงเหลืออยู่ หรือย่างสุกจนทั่วทั้งในและนอกจะมีแนวโน้มเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมากกว่าถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคเนื้อสเต๊กในแบบที่เนื้อเริ่มร้อนและพอสุก แต่ยังเห็นสีเลือดอยู่ภายในชิ้นเนื้อ นอกจากเนื้อสเต๊กที่หมักไวน์แดงหรือเบียร์ก่อนนำไปปิ้งหรือย่าง จะช่วยลดสารก่อมะเร็งได้แล้ว ก่อนหน้านี้ ยังเคยมีผลวิจัยระบุว่า การนำเนื้อไก่ไปหมักใน น้ำมันมะกอก น้ำมะนาว และกระเทียม ก่อนนำไปปิ้งหรือย่างจะช่วยให้สารก่อมะเร็งในเนื้อไก่มีน้อยลง 90 % เช่นกัน |
|
โพสต์ทูเดย์ 05/01/52 — น.ส.สุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการเกิดผลกระทบจาก FTA ทำให้เกรงว่าเมื่อถึงเวลาปี 2560 เนื้อจากต่างประเทศที่นำเข้าไม่มีภาษี ทำให้เนื้อโคกำแพงแสน จะโดนผลกระทบ ทางกรมจึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร และหาช่องทางการตลาดโดยไม่ต้องอาศัยโมเดิร์นเทรด ด้วยการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ คือ Lady Choice เจาะกลุ่มผู้หญิงและคนรักสุขภาพ |
โพสต์ทูเดย์ 05/01/52 — ผู้บริโภคได้เฮ ปีหน้าได้ฤกษ์ประกาศใช้กฎหมาคุมเข้ม ผู้ประกอบการ ต้องรับผิดชอบหากผลิตสินค้ามีปัญหาความปลอดภัย
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ สถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. 2552 เป็นต้นไป พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 (Product Liability Law : P/L Law) จะมี ผลบังคับใช้ ซึ่งหมายถึงผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย โดย ไม่คำนึงว่าความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือจากความประมาทเลินเล่อ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องรับผิดต่อการพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้านั้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมหรือความเสมอภาคระหว่าง ผู้ประกอบการและผู้บริโภค ซึ่งบังคับใช้กับสินค้าทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย รวมทั้งผลิตผลทางการเกษตรที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการ หรือสินค้าเกษตรปฐมภูมิก็ต้องถูกควบคุมด้วย
อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวผู้ที่ได้รับประโยชน์คือผู้บริโภค เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายมุ่งคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหลัก ขณะที่ ผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับมือ
ประกาศ เพิ่มเติมบทลงโทษ ในหมวดที่ 10 ข้อ10.4 โคทุกตัวที่ไม่ส่งประวัติการขุนและใบตรวจโคพร้อมฆ่า คืนให้กับสหกรณ์ฯ เกิน 1 เดือน ทางสหกรณ์ฯ จะดำเนินการตัดออกจากทะเบียนโคขุน พร้อมปรับเป็นจำนวนเงิน 500 บาท/ตัว (มีผลบังคับใช้ 1 กันยายน 2551) หมายเหตุ สมาชิกที่มีความประสงค์จะขุนโคเพื่อเข้าฆ่าต่อ ให้ส่งเอกสารยืนยันพร้อมประวัติการขุน ให้สหกรณ์ฯ ภายในวันที่ 10 กันยายน 2551 เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายฟาร์มพิจารณาต่อไป.. |
|
ระบบตรวจสอบย้อนกลับเนื้อโคขุน
- กรอกรหัสตรวจสอบย้อนกลับ 15 หลัก
เกี่ยวกับสหกรณ์โคเนื้อ ม.เกษตรฯ
ข่าวสาร
ทั้งหมด




คน
วันนี้
คน





